การค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับอินโดนีเซีย

ภาวะการค้าระหว่างไทยกับอินโดนีเซีย

                การค้ารวม                       

ปี 2550  มูลค่าการค้ารวม 304,520.8 ล้านบาท  เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 18.0   โดยไทยเกินดุลการค้า 27,420.4 ล้านบาท

ปี 2551  มูลค่าการค้ารวม 388,288.9 ล้านบาท  เพิ่มขึ้นร้อยละ 27.5จากปี 2550   โดยไทยเกินดุลการค้า  27,746.1 ล้านบาท

ปี 2552  มูลค่าการค้ารวม 289,824.9 ล้านบาท  ลดลงร้อยละ 25.4 จากช่วงเดียวกันในปี 2551 ไทยเกินดุลการค้า 28,010.9 ล้านบาท

ปี 2553(ม.ค.-มี.ค.)  มูลค่าการค้ารวม 107,091.8 ล้านบาท  เพิ่มขึ้นร้อยละ 96.85 จากช่วงเดียวกันในปี 2552 ไทยเกินดุลการค้า 18,776.4 ล้านบาท

 

                การส่งออก

                    ปี 2550  มูลค่าการส่งออกรวม 165,970.6 ล้านบาท  เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 31.5

ปี 2551  มูลค่าการส่งออกรวม  208,017.5  ล้านบาท  เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 25.3

ปี 2552  มูลค่าการส่งออกรวม 158,917.9 ล้านบาท  ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน  ร้อยละ 23.6

ปี 2553(ม.ค.-มี.ค.)  มูลค่าการส่งออกรวม 62,934.1 ล้านบาท  เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน  ร้อยละ 113.09

สินค้าที่สำคัญ ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, น้ำตาลทราย, เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่อง, เคมีภัณฑ์ และเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบ

 

                การนำเข้า 

                    ปี 2550  มูลค่าการนำเข้ารวม 138,550.2 ล้านบาท  เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 5.0

ปี 2551  มูลค่าการนำเข้ารวม  180,271.4  ล้านบาท  เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 30.1

ปี 2552  มูลค่าการนำเข้ารวม 130,907.0 ล้านบาท  ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน  ร้อยละ 27.4

ปี 2553(ม.ค.-มี.ค.) มูลค่าการนำเข้ารวม 44,157.7 ล้านบาท  เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน  ร้อยละ 77.57

สินค้าที่สำคัญ ได้แก่  น้ำมันดิบ, สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์, ถ่านหิน, เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ  และเคมีภัณฑ์

ภาวะการลงทุน

มูลค่าการลงทุนของไทยในปี 2546 การลงทุนจัดอยู่ในอันดับที่ 7 ของการลงทุนจากทั่วโลกมายังอินโดนีเซีย คือ ประมาณ 51 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

1. ในกลุ่มประเทศภูมิภาคเอเซีย มูลค่าการลงทุนของไทยเป็นอันดับรองจาก ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย และสิงคโปร์

2. ประเทศไทยมีความสัมพันธ์ด้านการลงทุนกับอินโดนีเซียมากว่า 30 ปี จนถึงปัจจุบันมูลค่าการลงทุนของไทยในอินโดนีเซีย มีมูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

3. บริษัทไทยขนาดใหญ่ที่เข้ามาลงทุนในประเทศอินโดนีเซีย ได้แก่

1. Mining

Banpu Bublic Co., Ltd บริษัทเหมืองบ้านปู: ทำเหมืองถ่านหิน

1.1 PT. Nusantara Thai Mining Services

1.2 PT. Trubaindo Coal Mining

1.3 PT. Indominco Mandiri

2. Manufacturer

2.1  Building materials

2.1.1. PT. Surya Siam Keramik: Ceramic Tiles

2.1.2. PT. Siam Indo Gypsum Industry: Gypsum

2.1.3. PT. Siam Indo Concrete Products: Concrete

2.2 Food

2.2.1. Charoen Pokphand Group Indonesia: Chicken product, animal feed meal

2.2.2. PT. Jui Fa Manufacturing Co., Ltd.: Canned fish

2.3 Petrochemical & Chemical products

2.3.1. PT. TPC Indo Plastic and Chemicals: PVC

2.3.2. PT. Trans Pacific Petrochemical Indotama

2.4  Textile & Garment

2.4.1. PT. Winnersumbiri Knitting Factory

2.4.2. PT. Mingala Garment

2.4.3. PT. Sumber Bingtang Rejeki

3. Trading: Import-Export

3.1. SCT Co., Ltd.: various products-coal, tapioca starch, glass wool, part board etc.

3.2. PT. M-150 Indonesia: Energy drink

3.3. PT.  Kemio Jajucitra/PT. Kemici Indonesia: Chemical product

3.4. PT. Indonesia Thai Summit Auto Company: Motopcycle parts

3.5. Thai Martin Group: Garment

4. Banking: Bangkok Bank Public Co.,Ltd., Jakarta Branch

5. Franchising: Black Canyon Coffee

การส่งเสริมการลงทุนของอินโดนีเซีย

1. รัฐบาลอินโดนีเซียมีนโยบายส่งเสริมการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) เพื่อให้การลงทุนจากต่างประเทศผลักดันให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

2. ปัจจุบันรัฐบาลอินโดนีเซียอยู่ระหว่างการดำเนินการปฏิรูปกฎหมาย/กฎระเบียบเกี่ยวกับการลงทุนทั้งหมด (Investment package reform) โดยเฉพาะกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน โดยเริ่มจากการปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานการลงทุน (Infra-structure) และกฎหมายแรงงาน

3. หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการส่งเสริมการลงทุน คือ คณะกรรมการประสานการลงทุน Investment Coordinating Board หรือเรียกกันว่า BKPM ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระที่ทำหน้าที่เช่นเดียวกับ BOI ของไทย

โปรแกรมการส่งเสริมการลงทุน (Investment Incentives) ของ BKPM ได้แก่

– การลดหย่อนอากรขาเข้า

– การอำนวยความสะดวกด้านภาษี

– การคืนอากร/การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการผลิตเพื่อการส่งออก

– การให้สิทธิพิเศษแก่อุตสาหกรรมใน Bonded Zone

– การให้สิทธิพิเศษแก่อุตสาหกรรมใน Integrated Economic Development Zones

4. การดำเนินนโยบายส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาลอินโดนีเซียในปัจจุบันมีเป็นลักษณะเชิงรุก โดยมีการล็อบบี้บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ให้เข้ามาลงทุนในอินโดนีเซีย

ข้อได้เปรียบในการลงทุนในอินโดนีเซีย

1. รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ และอยู่ระหว่างการปฏิรูปกฎระเบียบการลงทุนเพื่อให้เอื้อต่อนักลงทุนจากต่างประเทศ

2. เป็นประเทศที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ และสามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมต่อเนื่องต่าง ๆ เช่น น้ำมัน เหมืองแร่ เช่น ถ่านหิน นิเกิล ป่าไม้ ประมง เป็นต้น

3. มีจำนวนแรงงานมาก

4. เป็นตลาดขนาดใหญ่ เนื่องจากมีจำนวนประชากรมาก (ประมาณ 230 ล้านคน) ค่าจ้างแรงงานต่ำเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคอาเซียนหลายประเทศ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s